เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงกวาง
1.
การให้อาหารกวาง ควรให้หญ้าสดที่หลากหลาย เพื่อเพิ่มสารอาหาร และเพิ่มปริมาณการกินอาหารของกวางด้วย
2.
ควรให้อาหารข้นเพื่อเพิ่มโปรโตน เนื่องจากในหญ้าสดมีโปรตีนน้อย จะทำให้ขาดโปรตีน เพราะว่าต้องแปรโปรตีนให้เป็นพลังงาน ทำให้กวางเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
3.
ควรแยกกวางตัวผู้ออกจากวางตัวเมีย เพื่อทำให้ การผสมพันธุ์ได้ลูกสูงขึ้น
4.
การคัดเลือกกวางที่มีขนาดใกล้เคียงกันมาเลี้ยงในคอกเดียวกัน เพราะว่าตัวใหญ่จะแย่งกินอาหารหมด
5.
เมื่ออกผสมพันธุ์เสร็จแล้วควรแยกตัวผู้ออกมาขุน เนื่องจาช่วงการผสมพันธุ์ตัวผู้จะไม่กินอาหารเลย
6.
ก้อนเกลือแร่มีปะโยชน์ ช่วยเสริมแร่ธาตุและวิตามินให้แก่กวาง และสามารถบอกผู้เลี้ยงได้ว่า กวางขาดสารอาหารหรือไม่ หากกวางเลียเกลือแร่หมดเร็ว
ซึ่งตามปกติแล้ว ก้อนเกลือแร่จะอยู่ได้ประมาณ 4-5 เดือน หากประมาณ 2-3 เดือน หมดก็แสดงว่ากวางขาดสารอาหาร
7.
การให้เฉพาะอาหารข้นเพียงอย่างเดียวจะทำให้ระบบธรรมชาติของกวางเสียไป แต่จะเป็นการเพิ่มการเจริญเติบโตให้กวางในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งขึ้นอยู่กับอายุและเพศของกวาง และอาหารหลักของกวาง คือ หญ้า
8.
น้ำหนักตัวของแม่พันธุ์ มีผลกระทบต่อการผสมพันธุ์ ถ้าน้ำหนักแม่พันธุ์ 85-95 กิโล จะทำให้ผสมพันธุ์ติดง่ายและลูกที่ออกมาจะมีสุขภาพแข็งแรง
9.
การตัดเขาจะต้องทำกันอย่างเช้าตรู่ เพื่อกวางจะได้ไม่ตื่นตกใจ และอากาศเย็นจะช่วยให้เลือดกวางน้อย
10.
การอาบน้ำให้กวาง จะช่วยให้กวางมีสุขลักษณะดี ป้องกันปรสิตต่าง ๆ และที่สำคัญช่วยคลายความร้อน ลดความเครียดของกวางได้
11.
เลี้ยงกวางแดงเพื่อตัดเขาอ่อน
การตัดเขากวางจะตัดได้เมื่อเขาแตกกิ่งแขนงที่ 2 อายุกวางต้องเกิน 2 ปีขึ้นไป ตัดได้เมื่อเขากวางงอกออกมาแล้วประมาณ 45-50 วัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดเขาที่ให้น้ำหนักดี และ มีขนาดใหญ่อยู่ประมาณ 45-50 วัน น้ำหนักเขากวางอ่อนสดจะหนักอยู่ประมาณ 2-5 กก. แล้วแต่ชนิดของพันธ์กวาง เขากวางเมื่อตัดออกแล้ว สามารถนำไปอบแห้ง โดยใช้ความร้อนที่ 60 Ċ จะมีความชื้นอยู่ที่ 10-15 % เท่านั้น และเขากวางที่อบแห้งแล้วน้ำหนักเหลือประมาณ 35 % การตัดเขาแก่เพื่อโชว์ทั้งเขาในการตกแต่งนั้นจะต้องมีอายุประมาณ 120 วัน โดยตัดขณะที่เขากวางแก่จัดแปรสภาพเป็นแคลเซียมหมดทั้งแท่งแล้วโดยใช้เลื่อยไฟฟ้าหรือเลื่อยมือตัด ซึ่งผู้ตัดควรมีความชำนาญเป็นพิเศษเมื่อตัดเขากวางแล้วเขากวางจะงอกใหม่ทุกปีในช่วงเดือน ตุลาคม-ธันวาคม สามารถทำรายได้ให้กับผู้เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง สำหรับราคาเขากวางอ่อนอบแห้งราคาอยู่ที่ 9,000-15,000 บาท /กิโลกรัม
ผลพลอยได้อื่น ๆ เช่น หนังกวาง หางกวาง เอ็นกวาง และอวัยวะเพศกวางตัวผู้
12.
แนวโน้มการตลาดกวาง
กวางแต่ละพันธุ์มีโอกาศทางการตลาดที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความแพร่หลายของผลผลิตที่กลายเป็นสินค้าในตลาด การหาชื้อได้ง่ายจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ ในตลาดค้ากวางยอมรับว่า กวางแดงเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ทั่วโลกเลี้ยงมากที่สุด และกลายเป็นสินค้าที่เข้าสู่ตลาดการค้าขายมากที่สุดเช่นกัน ในประเทศนิวชีแลนด์เป็นประเทศที่ส่งออกเนื้อกวางไปยังยุโรปมากที่สุดในโลก คือ ประมาณปีละ 4 พันล้านบาท ขณะเดียวกันประเทศนิวซีแลนด์มีสัดส่วนการถือคลองตลาดเขากวางอยู่ถึง 90 % ของทั้งหมด โดยเขากวางจะเป็นนิยมในประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี นับว่าเป็นสัตว์พันธ์เศรษฐกิจได้ดีทีเดียว ทั้งนี้กวางแดงมีรูปร่างสูงใหญ่ให้เนื้อแดงมากขณะเดียวกันก็มีราคาสูงกว่าพันธุ์อื่นๆ ส่วนพันธุ์กวางอื่นๆ เป็นกวางที่ต้องพัฒนาสายพันธุ์ต่อไป ทั้งนี้เพื่อต้องการเพิ่มผลผลิตสูงกว่าเดิมนั่นเอง
13.
เรื่องโรค และการป้องกัน กวางเป็นสัตว์ที่มีความต้านทานโรคสูง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็นเลย การดูแลในเบื้องต้นเกี่ยวกับสุขภาพกวาง ต้องเริ่มตั้งแต่การสุขาภิบาลฟาร์มให้ดี ซึ่ง จะสะอาดและแห้งอยู่ตลอดเวลาถือเป็นปัจจัยสำคัญของการเลี้ยงกวาง รางหญ้า และบ่อให้น้ำสะอาดอยู่เสมอ มีพนักงานทำการเก็บกวาดมูล และเศษหญ้าที่เหลือทุกวัน โดยได้นำมูลไปทำปุ๋ยใส่ต้นไม้รอบ ๆ ฟาร์ม ได้ประโยชน์อีกต่อ และการป้องกันโรคอีกอย่างหนึ่ง คือ การถ่ายพยาธิ ซึ่งควรทำประมาณปีละ 1 ? 2 ครั้ง
14.
การเลี้ยงกวางแดงในประเทศไทย
การเลี้ยงกวางในปัจจุบันจัดได้ว่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนสูงพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเขากวางอ่อนที่ให้สรรพคุณทางด้านยาบำรุงร่างกาย เนื้อที่ให้คุณค่าทางโปรตีนสูงและมีคลอเรสเตอรอล รวมทั้งเอ็นกระดูก หนัง สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ประกอบกับสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสมต่อการเลี้ยงกวางได้ในหลายๆ จังหวัด จึงมีการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงกวาง โดยการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์ เพื่อให้ความรู้ รวมถึงให้คำแนะนำแก่เกษตรกรที่สนใจการเลี้ยงกวาง พร้อมทั้งเป็นสื่อกลางระหว่างฟาร์ม เป็นที่รู้จักในวงการผู้เลี้ยงกวาง ได้ดำเนินธุรกิจฟาร์มกวางแดงไทย หรือ ที อาร์ ดี (Thai Red Deer Farm) มาถึง 10 ปีแล้ว และเป็นศูนย์วิจัยพันธุ์กวางแดงไทย ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ที่มีกวางแดงมากกว่า 1,000 ตัว
ดังนั้นหากมองธุรกิจฟาร์มกวาง ณ ปัจจุบันในประเทศไทยถือว่าเป็นเรื่องที่กำลังให้ความสนใจค่อนข้างมาก และมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว หากแต่มองให้ลึกถึงความต้องการของตลาด ทั้งเนื้อและเขาอ่อนตลอดจนผลิตผลอื่นๆ ที่ได้จากกวาง จะเห็นได้ว่าบ้านเรามีความต้องการอยู่ในระดับหนึ่ง กวางมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งยังเป็นอีกหนึ่งมุนมองหนึ่งสำหรับผู้ที่แสวงหาอาชีพใหม่
การเลี้ยงกวางนอกเหนือจากอาหารสดแล้ว ต้องมีการเสริมอาหารแร่ธาตุให้กวางบ้าง ซึ่งก็หาไม่ยาก เพราะใช้แร่ธาตุชนิดเดียวกับโค นำมาวางไว้บนพื้น หรือ แขวงไว้ที่เสา หรือ ทุบให้แตกก่อน เพื่อให้กวางมาเลียกิน ส่วนน้ำนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะกวางจะกินตลอดเวลา ผู้เลี้ยงจึงต้องหมั่นล้าง ทำความสะอาดอ่างน้ำเป็นประจำ ทางด้านอาหารข้น จะให้ก็ต่อเมื่อหญ้าที่ให้มีคุณภาพไม่ดีพอ และอาหารข้นมีไขมัน กวางจะไม่สามารถย่อยได้ จึงควรเลือกให้เหมาะสม
15.
เชิงธุรกิจแล้วกวางแดงยังเป็นที่สนใจของสถานที่ท่องเที่ยวเชิงรีสอร์ท เชิงนิเวศน์ เชิงอนุรักษ์อีกด้วย นอกจากนี้กวางยังมีความโดดเด่นเฉพาะมีความสวยงาม มีดวงตาที่กลมและมีสีแดงตามลำตัว สามารถเลี้ยงไว้ดูเล่น ตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ในรีสอร์ท ในสวนสัตว์ วนอุทยานแห่งชาติ เป็นต้น
16.
พันธุ์กวางที่เหมาะสมกับการเลี้ยงในประเทศไทย ควรเป็นพันธุ์ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเซีย หรือ เอเซียใต้ ซึ่งมีสภาพอากาศร้อนชื้น หรือสายพันธุ์กวางจากเขตกึ่งหนาว ที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในประเทศไทยได้ดี และที่สำคัญไม่ผิดกฎหมายของประเทศไทย พันธุ์กวางที่สามารถเลี้ยงในประเทศไทยได้ดี คือ พันธุ์กวางแดง ,พันธุ์กวางรูซ่า,กวางซิก้า,กวางดาว,กวางม้า,กวางวาปิติ เป้นต้น
17.
การเลี้ยงกวางนอกเหนือจากอาหารสดแล้ว ต้องมีการเสริมอาหารแร่ธาตุให้กวางบ้าง ซึ่งก้หาไม่ยาก เพราะใช้แร่ธาตุชนิดเดียวกันกับโค นำมาวางที่พื้น หรือแขวงไว้ที่เสา หรือทุบให้แตกก่อน เพื่อให้กวางเลียกิน ส่วนน้ำนั้นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะกวางจะกินตลอดเวลา ผู้เลี้ยงจึงต้องหมั่นล้าง ทำความสะอาดอ่างน้ำเป็นประจำ ทางด้านอาหารข้น จะให้ก็ต่อเมื่อหญ้าที่ให้มีคุณภาพเพียงพอ และอาหารข้นมีไขมัน กวางจะไม่สามารถย่อยได้ จึงควรเลือกให้เหมาะสม
18.
เสนอรั้วตาข่ายเอนกประสงค์ พร้อมติดตั้ง เป็นรั้วตาข่ายสำหรับสัตว์เลี้ยงระบบเปิด-ปิด แพะ แกะ นกกระจอกเทศ กวาง วัว สุนัข เป็นต้น เป็นวัสดุที่สั่งทำเป็นพิเศษจากต่างประเทศ ทนทานต่อการเป็นสมิน มีอายุการใช้งาน ยาวนาน สนใจ โทร. 02-874-0311
19.
ร่างกายของมนุษย์จะมีกระบวนการ 2 อย่างที่ทำ งานพร้อมกัน คือ กระบวนการเจริญเติบโต และกระบวนการเสื่อมโทรม อัตราการเกิดของ 2 กระบวนการนี้ จะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุและกลไกที่ขับเคลื่อนกระบวนการนี้คือ ฮอร์โมนในกลุ่มของ GH (Growth Hormone ) ที่สร้างจากต่อมไร้ท่อที่อยู่ใต้สมอง ( Pituitary Gland ) ฮอร์โมนนี้จะถูกขับออกมาผ่านกระแสเลือดไปยังเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย
ในช่วงอายุ 20 ปีแรก ฮอร์โมน GH จะหลั่งออกมามากกระบวนการเติบโตจะทำงานได้ดี ในขณะที่กระบวนการการเสื่อมโทรมจะทำงานช้าๆ
อายุช่วง 40 ปีขึ้นไป ฮอร์โมน GH จะน้อยลงกระบวนการเจตริญเติบโตจะลดลงอย่างรวดเร็วในอัตรา 0.3-1.3% ต่อปี ขณะที่กระบวนการเสื่อมโทรมจะเกิดรวดเร็ว
20.
ความน่าเชื่อถือเขากวางอ่อน
เขากวางอ่อนเป็นยาสมุนไพรจีน ที่ยอมรับและใช้เพื่อฟื้นฟูสุขภาพและรักษาโรคมายาวนานกว่า 2,000 ปี และจัดอยู่ในตำรายาจีนแผนปัจจุบันซึ่งตีพิมพ์ใน Pharmacopoeia of People' Repubilc of China ( 1998 ) และเมื่อ 100 ปี ที่ผ่านมา การแพทย์ แผนตะวันตกได้ให้ความสนใจและศึกษา
21.
ความน่าเชื่อถือเขากวางอ่อน
เขากวางอ่อนเป็นยาสมุนไพรจีน ที่ยอมรับและใช้เพื่อฟื้นฟูสุขภาพและรักษาโรคมายาวนานกว่า 2,000 ปี และจัดอยู่ในตำรายาจีนแผนปัจจุบันซึ่งตีพิมพ์ใน Pharmacopoeia of People' Repubilc of China ( 1998 ) และเมื่อ 100 ปี ที่ผ่านมา การแพทย์ แผนตะวันตกได้ให้ความสนใจและศึกษาประโยชน์จากเขากวางอ่อนในทางวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง จนเห็นผลว่าเขากวางอ่อนมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์จริง ดังปรากฏในรายงานการประชุม The 8 th World Congress On Clinical Nutrition (Functional Food, Nutrition and Health in the New Millennium) ในสหรัฐอเมริกาและแคนนาดา ซึ่งเป็นประเทศที่มีความเข้มงวดในความปลอดภัยสูง ผู้บริโภคสามารถซื้อเขากวางอ่อนมาบริโภคได้เองโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งจากแพทย์ ในนิวซีแลนด์ประชากรและนักกีฬาส่วนใหญ่บริโภคเขากวางอ่อนเป็นประจำ และในเกาหลีมีประชากรกว่า 10 ล้านคน นิยมบริโภคเขากวางอ่อนเป็นประจำ
22.
การเลี้ยงแพะ
แพะ เป็นสัตว์เลี้ยงที่น่าส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงเช่นเดียวกับสัตว์ชนิดอื่น เพราะแพะมีเลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์ได้เร็ว และมีข้อดีอื่นๆ อีกมาก เช่น
1. แพะเป็นผลผลิตทั้งเนื้อและนม มีขนาดเล็ก ทำให้ผู้หญิงหรือเด็กสามารถให้การดูแลได้
2. แพะเป็นสัตว์ที่หาอาหารกินเองได้เก่ง กินอาหารได้หลายชนิด ดังนั้นถึงแม้ฤดูแล้ง แพะก็สามารถหาวัชพืชที่โค-กระบือกิน กินเป็นอาหาร
3. แพะมีการเจริญเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาวได้เร็ว สามารถผสมพันธุ์แพะได้ตั้งแต่อายุเพียง 8 เดือน
4. แพะมีความสมบูรณ์พันธุ์สูง แม่แพะมักคลอดลูกแฝด และใช้ระยะเวลาเลี้ยงลูกสั้น จึงทำให้ตั้งท้องได้ใหม่
5. แพะเป็นสัตว์ที่ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงเพียงเล็กน้อย ทั้งพื้นที่โรงเรือนและพื้นที่สำหรับเพาะปลูกพืชอาหารสัตว์
สำหรับแพะ
6. แพะเป็นสัตว์ที่สามารถปรับเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ความทนต่อสภาพอากาศแล้ง และร้อนได้ดี
7. แพะเป็นสัตว์ที่ใช้เป็นอาหารบริโภคสำหรับประชาชนของทุกศาสนาเพราะไม่มีศาสนาใดห้ามบริโภคเนื้อแพะ
23.
ลักษณะและวิธีการเลี้ยงแพะโดยทั่วไปสามารถจัดแบ่งออกได้เป็น 4 แบบด้วยกัน คือ
1. การเลี้ยงแบบผูกล่าม การเลี้ยงแบบนี้ใช้เชือกผูกล่ามที่คอแพะแล้วนำไปผูกให้แพะหาหญ้ากินรอบบริเวณที่ผูก โดยปกติเชือกที่ใช้ผูกล่ามแพะมักมีความยาวประมาณ 5-10 เมตร การเลี้ยงแบบนี้ผู้เลี้ยงจะต้องมีน้ำและอาหารแร่ธาตุไว้ให้แพะกินเป็นประจำด้วย ในเวลากลางคืนก็ต้องนำแพะกลับไปเลี้ยงไว้ในคอกหรือเพิงที่มีที่หลบฝน การผูกล่ามแพะควรเลือกพื้นที่ที่มีร่มเงาที่แพะสามารถหลบแดดหรือฝนไว้บ้าง หากจะให้ดีเมื่อฝนตกควรได้นำแพะกลับเข้าเลี้ยงในคอก
2.การเลี้ยงแบบปล่อย การเลี้ยงแบบปล่อยนี้เกษตรกรมักปล่อยแพะให้ออกหากินอาหารใน เวลากลางวัน
โดยเจ้าของจะคอยดูแลตลอดเวลา หรือเป็นบางเวลาเท่านั้นลักษณะ การเลี้ยงแบบนี้ที่นิยมเลี้ยงกันมากในบ้านเรา
เพราะเป็นการเลี้ยงที่ประหยัด เกษตรกรไต้องตัดหญ้ามาเลี้ยงแพะ การปล่อยแพะหาอาหารกินอาจปล่อยในแปลงผัก
หลังการเก็บเกี่ยวหรือปล่อยให้กินหญ้าในสวนยาง แต่ต้องระมัดระวังอย่าให้แพะเที่ยวทำความเสียหายให้แก่
พืชเกษตรกรเพาะปลูก ทั้งนี้เพราะแพะกินพืชได้หลายชนิด การปล่อยแพะออกหากินอาหารกินไม่ควรปล่อยเวลาที่
แดดร้อนจัดหรือฝนตก เพราะแพะอาจจะเจ็บป่วยได้ โดยปกติเกษตรกรมักปล่อยแพะหากินอาหาร ตอนสายแล้ว
ไล่ต้อนกลับเข้าคอกตอนเที่ยง หรือปล่อยแพะออกหากินอาหารกินตอนบ่ายแล้วไล่ต้อนกลับเข้าคอกตอนเย็น หาก
พื้นที่มีหญ้าอุดมสมบูรณ์แพะจะกินอาหารเพียง 1-2 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว
3.การเลี้ยงแบบขังคอกการเลี้ยงแบบนี้เกษตรกรขังแพะไว้ในคอกรอบๆ คอกอาจมีแปลงหญ้าและรั้วรอบแปลงหญ้าเพื่อให้แพะได้อออกกินหญ้าในแปลง บางครั้งเกษตรกรต้องตัดหญ้าเนเปียร์หรือกินนีให้แพะกินบ้างนคอกต้องมีน้ำและอาหารข้นให้กิน การเลี้ยงวิธีนี้ประหยัดพื้นที่และแรงงานในการดูแลแพะ แต่ต้องลงทุนสูง เกษตรกรจึงไม่นิยมทำการเลี้ยงกัน
4. การเลี้ยงแบบผสมผสานกับการปลูกพืช การเลี้ยงแบบนี้ ทำการเลี้ยงได้ 3 ลักษณะ ที่กล่าวข้างต้น แต่การเลี้ยงลักษณะนี้เกษตรกร จะเลี้ยงแพะปะปนไปกับการปลูกพืช เช่น ปลูกยางพารา ปลูกปาล์มน้ำมันและปลุกมะพร้าว ในภาคใต้ของประเทศไทย มีเกษตรกรจำนวนมากที่ทำการเลี้ยงแพะควบคู่ไปกับการทำสวนยาง โดยให้แพะหากินหญ้าใต้ยางที่มีขนาดโตพอสมควร การเลี้ยงแบบนี้ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าการเพาะปลูกเพียงอย่างเดียว
24.
การนำเข้า-นำออกราชอาณาจักร ซึ่งสัตวืมีชีวิต
สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์กระทรวงเกาตรและสหกรณ์มีข้อแนะนำประชาชนหรือบุคคลทั่วไปที่มีความประสงค์จะนำเข้า-นำออกสัตว์มีชีวิตนั้นต้องปฎิบัติ ดังนี้
การดำเนินการล่วงหน้ากรณีมำเข้าสัตว์มีชีวิต ต้องติดต่อสอบถามคำแนะนำเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ สัตวแพทย์ด้านกักกันระหว่างประเทศระหว่างประเทศประจำท่าเข้านั้น เนื่องจากสัตว์นำเข้าต้อวผ่านการกักตรวจจากสัตวแพทย์ด่านกักกันสัตว์ระหว่างประเทศ ณ คอกกักกันสัตวืของด่าน หากผู้นำเข้าประสงค์กักกันสัตว์ในพื้นที่ของตนเองต้องจัดเตรียมสถานกักกันสัตว์ให้เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์กรมปศุสัตว์ รับรองความเหมาะสมให้เรียบร้อยก่อน และยื่นคำร้องขอฯ ใบอนุญาตต้องดำเนินการล่างหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน และควรติดต่อด้วยตนเองโดยยื่นคำร้องเป็นหนังสือตามแบบกรมปศุสัตว์กำหนด (แบบร01/1) พร้อมแนบสำเนาหลักฐานบัตรประจำตัวมาด้วยทุกครั้งในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไมสามารถมาติดต่อด้วยต้นเองได้ ให้มีหนังสือมอบอำนจ พร้องสำเนาหลังฐานบัตรประจำตัวผู้มอบอำนาจ และผู้มอบอำนาจมาด้วยทุกครั้งซึ่งกรมปศุสัตว์จะตรวจสอบสภาวะโรคของประเทศต้นทางจนมั่นใจว่าปลอดภัยจริง จึ้งออกหนังสืออนุมัติในหลักการอนุญาตนำสัตว์เข้าราชอาจักรฉบับภาษาอังกฤษ(lmpermit) พร้อมกำหนดเงื่อนไข (Requirement) การนำเข้าของสัตว์นั้น
25.
กรมส่งเสริมฯ ชูบ่อก๊าซชีวภาพ หนุนใช้ประโยชน์จากขี้หมู
เก็บข่าวมาฝากจ๊ะ...
การนำสิ่งเหลือใช้จากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะมูล ที่สร้างปัญหาให้กับสภาพแวดล้อม และสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน ที่อาศัยบริเวณใกล้เคียงมาทำให้เกิดประโยชน์ เป็นทางเลือกอีกวิธีหนึ่ง ของเกษตรกรในการที่จะอยู่ร่วมกับชุมชน ได้อย่างไม่มีปัญหา นอกจากจะอยู่ในชุมชนได้อย่างไม่มีปัญหาแล้ว สิ่งหนึ่งที่เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากมูลสัตว์ คือ ก๊าซชีวภาพ
ก๊าซชีวภาพ คือ ก๊าซที่เกิดจากมูลสัตว์ หรือสารอินทรีย์ต่าง ๆ ถูกย่อยสลายโดยเชื้อจุลินทรีย์ ในสภาพไร้อากาศ ทำให้เกิดก๊าซ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ซึ่งเกิดจากการผสมระหว่างก๊าซมีเทน คาร์บอนไดออกไซด์ ไนโตรเจน และไฮโดรเจนซัลไฟด์ แต่ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วย ก๊าซมีเทนเป็นหลัก ที่มีคุณสมบัติติดไฟได้ เกษตรกรหรือผู้ประกอบการฟาร์ม สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในครัวเรือน หรือกิจการฟาร์มได้ ลดค่าไฟฟ้า ช่วยรัฐประหยัดพลังงาน
สถาบันพัฒนาและส่งเสริมปัจจัยการผลิต กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ภายใต้การสนับสนุนของ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้จัดทำ โครงการส่งเสริมการผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ เพื่อเป็นพลังงานทดแทน และปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ โดยจะเน้นเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศ ซึ่งมีคุณรังสรรค์ กองเงิน เป็นหัวหน้าโครงการฯ
คุณรังสรรค์ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว สัตว์เศรษฐกิจ เกี่ยวกับโครงการฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสถาบันพัฒนาและส่งเสริมปัจจัยการผลิต กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ทำหน้าที่ ส่งเสริมให้เกษตรกรนำสิ่งที่เหลือใช้จากฟาร์ม เช่น มูลสุกร ไก่ โค กระบือ มาทำให้เกิดประโยชน์ ซึ่งวัตถุประสงค์ของการทำ โครงการผลิตก๊าซชีวภาพ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรใช้วัสดุเหลือใช้ ได้แก่ มูลสัตว์ นำมาผลิตก๊าซชีวภาพ ให้เป็นพลังงานทดแทน พลังงานจากก๊าซเชื้อเพลิง ควบคุมมลพิษที่เป็นของเสีย จากฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ที่อาจจะทำลายสิ่งแวดล้อม ในชุมชนใกล้เคียง ส่งเสริมให้เกษตรกรนำกาก ที่ได้จากการหมักของบ่อก๊าซชีวภาพ ทำเป็นปุ๋ยบำรุงดิน เพิ่มผลผลิตพืช และยังเป็นการเพิ่มโอกาสการจ้างงาน แก่ช่างฝีมือท้องถิ่น ในการก่อสร้างก๊าซชีวภาพ
?สาเหตุที่ต้องมีระบบบ่อก๊าซชีวภาพ เนื่องจากปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทย มีการขยายตัวสูงขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการ ของผู้บริโภคเนื้อสัตว์ แต่การขยายตัวของฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ทำให้เกิดมลพิษส่งผลกระทบ และสร้างปัญหาต่อสภาพแวดล้อม เช่น กลิ่น แมลงวัน น้ำเสีย รวมทั้งโรคต่าง ๆ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ ไม่สามารถหาวิธีกำจัดของเสียเหล่านี้ ได้ถูกต้องและเหมาะสม? คุณรังสรรค์กล่าว
ประโยชน์ที่ได้รับจากการนำบ่อก๊าซชีวภาพมาใช้ คุณรังสรรค์กล่าวว่า แบ่งออกเป็นด้านพลังงาน เพราะก๊าซชีวภาพจุดติดไฟ และให้ความร้อน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ใช้หุงต้ม อาหาร จุดตะเกียงให้แสงสว่าง ใช้กับเครื่องกกลูกสุกร เครื่องทำน้ำอุ่น ใช้กับเครื่องยนต์ผสมอาหารสัตว์ เตาอบ ผลผลิตทางการเกษตร เป็นต้น ส่วนประโยชน์ด้านการป้องกัน และรักษาสิ่งแวดล้อม มูลสัตว์หมักจะถูกย่อยสลาย ทำให้กลิ่นและไข่แมลงต่างๆ ที่มีอยู่ในมูลสัตว์ถูกทำลาย ทำให้แมลงและกลิ่นลดลง รวมทั้ง ลดเขม่าจากการใช้ฟืนหุงต้ม และลดการตัดไม้ทำลายป่า
นอกจากนี้ ยังให้ปุ๋ยอินทรีย์ฟื้นฟูสภาพดิน เนื่องจากกากจากบ่อล้น จะประกอบด้วยธาตุ ที่เป็นประโยชน์กับพืช เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียม ซึ่งอยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที และกากบ่อล้น ยังทำให้โครงสร้างดินเกาะตัวกันได้ดีขึ้น ทำให้อินทรีย์วัตถุคงสภาพในดินได้นาน ซึ่งจะดีกว่าการใช้อินทรีย์วัตถุในรูปอื่น และลดปริมาณโรคพืช วัชพืช เพราะการหมักแบบไร้อากาศ ทำให้ปริมาณเชื้อโรค ที่เป็นสาเหตุของโรคพืชบางชนิดลดลงได้
คุณรังสรรค์อธิบายกระบวนการ ของบ่อก๊าซชีวภาพอย่างคร่าว ๆ น้ำและมูลสัตว์ที่เกิดจากการชะล้าง ทำความสะอาดจะไหลตามรางลงสู่บ่อดิน แล้วเข้าสู่บ่อหมัก ซึ่งของเสียผ่านการหมักแล้ว จะล้นออกเข้าบ่อล้น ซึ่งมี 2 บ่อ แล้วเข้าบ่อรับกากจากบ่อล้น เพื่อระบายออก หรือใช้ประโยชน์กับพืช สวน ไร่ นา หรือตากแห้งเพื่อจำหน่าย ส่วนการนำก๊าซชีวภาพไปใช้ จะมีท่อต่อด้านบนบ่อหมัก ต่อตรงไปในส่วนที่ต้องการใช้พลังงาน
?การส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ สร้างบ่อก๊าซชีวภาพ สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากรักษาสภาพแวดล้อมแล้ว ยังได้ก๊าซชีวภาพมาเป็นแหล่งพลังงาน ในการหุงต้ม และให้แสงสว่างในครัวเรือน ซึ่งจะช่วยประหยัดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ บ่อก๊าซชีวภาพยังให้ปุ๋ยอินทรีย์ ที่สามารถนำไปใช้ปรับปรุงดิน เพิ่มผลผลิตพืช หรือใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ยเคมี ให้เป็นประโยชน์กับพืชมากขึ้น จะช่วยลดการขาดดุลทางการค้า ในการสั่งปุ๋ยจากต่างประเทศได้อีกทางหนึ่ง?
คุณรังสรรค์แนะนำว่า เกษตรกรที่มีความประสงค์ จะเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอในพื้นที่ พร้อมกับแจ้งความจำนงค์เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่โครงการ แนะแนวทางให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำเทคนิคการก่อสร้าง การใช้ประโยชน์ และการดูแลรักษาบ่อก๊าซชีวภาพ จัดหาช่างฝีมือที่ผ่านการฝึกอบรมจากโครงการ ไปเป็นผู้ก่อสร้างบ่อก๊าซชีวภาพ ให้กับเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ บริการตรวจสอบ และรับประกันคุณภาพการใช้งาน ภายในระยะเวลา 1 ปี
นอกจากนี้ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ยังอุดหนุนค่าใช้จ่าย 45 เปอร์เซ็นต์ของค่าก่อสร้างทั้งหมด ตามมาตรฐานที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดไว้ ส่วนที่เหลืออีก 55 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรเจ้าของบ่อ จะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง ซึ่งในส่วนที่ออกค่าใช้จ่ายเอง เกษตรกรสามารถขอกู้เงินจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ หากมีคุณสมบัติตามที่ ธ.ก.ส. กำหนด
คุณรังสรรค์กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการว่า ปัจจุบันเป็นโครงการระยะที่ 2 (จากปี 2539-ธันวาคม 2545) ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศ ให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากกว่า 4,000 ราย แต่สามารถจัดสรรงบประมาณให้ได้เพียง 1,400 ราย และอยู่ระหว่างก่อสร้างกว่า 800 ราย ฟาร์มที่เหลืออีกกว่า 2,000 รายจะขึ้นบัญชีไว้ และนำข้อมูลไปเสนอ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อของบประมาณ มาดำเนินการให้ครบ ตามจำนวนที่ยื่นความจำนงค์ โดยจะทำในโครงการระยะที่ 3 (ต้นปี 2546-สิ้นปี 2550) ซึ่งโครงการก่อสร้างบ่อก๊าซชีวภาพ ระยะที่ 2 ได้ตั้งเป้าก่อสร้างไว้ 2 หมื่นลูกบาศก์เมตร แต่ความต้องการสูงถึง 6 หมื่นลูกบาศก์เมตร (1,400 ฟาร์ม) ในวงเงินงบประมาณ 49 ล้านบาท
ในจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นอีกพื้นที่หนึ่ง ที่มีฟาร์มเลี้ยงสุกรจำนวนมาก โดยเฉพาะเขตอำเภอบางคล้า น้ำเสียที่เกิดจากการชะล้าง ทำความสะอาดโรงเรือน เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่สร้างปัญหาให้กับแหล่ง เพราะจากการศึกษาพบว่า สาเหตุหลักที่สร้างปัญหาให้กับลุ่มแม่น้ำบางปะกง เกิดจากฟาร์มสุกรสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้น เป็นปัญหาจากการทำนากุ้ง นาข้าว และโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถนำน้ำมาอุปโภคบริโภคได้ จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางมาตรวจสภาพของลุ่มแม่น้ำบางปะกง เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ และกรมควบคุมมลพิษเข้าไปดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยฟาร์มที่สร้างปัญหาให้กับลุ่มแม่น้ำบางปะกง จะต้องสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ โดยใช้แบบที่กรมควบคุมมลพิษกำหนด
เกษตรกรให้ความสนใจที่ จะตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย จากกรมควบคุมมลพิษที่ออกแบบ แต่ทั้งนี้อาจจะต้องใช้พื้นที่ค่อนข้างมาก เกษตรกรบางรายมีพื้นที่ไม่เพียงพอ จึงหันมาให้ความสนใจ กับบ่อก๊าซชีวภาพกันมาก เพราะนอกจากจะได้ก๊าซไปใช้ประโยชน์แล้ว ยังบำบัดน้ำเสียได้อีกด้วย ถึงแม้จะไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ถือว่าช่วยได้ในระดับหนึ่ง หรือประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ บ่อขนาด 30 ลูกบาศก์เมตร ใช้พื้นที่ก่อสร้างไม่เกิน 80-90 ตารางเมตร ผลิตก๊าซได้ประมาณ 10 ถังแก๊สแอลพีจี (ขนาด 15 กิโลกรัม) ต่อเดือน ปัจจุบันเกษตรกรในจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อสร้างแล้วประมาณ 40 ราย และล่าสุดอีก 14 ราย ที่ยื่นความจำนงค์ อยู่ในช่วงดำเนินการ ซึ่งต้องใช้งบประมาณ 9.6 แสนบาท
?จากปริมาณการก่อสร้าง 6 หมื่นลูกบาศก์เมตร ซึ่งคาดว่า จะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ สามารถควบคุมสัตว์เลี้ยง โดยเทียบกับสุกรประมาณ 3 แสนตัว ซึ่งจะช่วยรัฐบาลประหยัดพลังงานไฟฟ้า ได้ไม่ต่ำกว่า 30-40 ล้านบาทต่อปี เช่น หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า มีบ่อก๊าซชีวภาพขนาด 100 ลูกบาศก์เมตร ปริมาณก๊าซที่ผลิตได้ นำไปใช้ในโรงเรือนอีแวปไฟฟ้า ซึ่งปกติจะใช้น้ำมันเดือนละไม่ต่ำกว่า 400 ลิตร หรือประมาณ 1 หมื่นบาทต่อเดือน แต่เมื่อนำระบบก๊าซชีวภาพมาใช้ สามารถลดต้นทุนตรงนี้ได้ 7,000-10,000 บาท เบื้องต้นรัฐบาลให้การสนับสนุนงบประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ ของค่าก่อสร้างทั้งหมด ที่เหลืออีก 55 เปอร์เซ็นต์ เกษตรกรออกเอง ซึ่งก็เป็นวิธีส่งเสริมให้เกษตรกร กระตือรือร้นที่จะเข้าร่วมโครงการ แต่ทั้งนี้หากรัฐออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ก็อาจจะทำให้เกษตรกร ไม่เห็นความสำคัญของโครงการ จึงเน้นให้เกษตรกรมีส่วนรับผิดชอบ เพราะถือว่าเป็นผู้ก่อปัญหา? คุณรังสรรค์กล่าว
ทั้งนี้ เกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการ จะสร้างบ่อก๊าซชีวภาพ ต้องมีสัตว์เลี้ยงในจำนวนที่เหมาะสม กับขนาดของบ่อก๊าซชีวภาพ มีคอกสัตว์และเลี้ยงสัตว์อย่างถาวร สนใจในการใช้ก๊าซชีวภาพและปุ๋ยอินทรีย์ และยินดีออกเงินค่าใช้จ่าย นอกเหนือจากราชการสนับสนุน และเป็นผู้ยื่นความจำนงค์เข้าร่วมโครงการ
ที่มา : นิตยสารสัตว์เศรษฐกิจ ปีที่ ๑๙ ฉบับที่ ๔๓๘ ปักษ์แรกเมษายน ๒๕๔๕
26.
ไข้หวัดนกระลอกใหม่
พบไข้หวัดนกในฟาร์มไก่ไข่สาธิต คณะเกษตร ม.เชียงใหม่
หวั่นแอบทำการทดลอง กระแสคนเลี้ยงไก่ บ่น!.. ฟาร์มรายใหญ่ลักลอบใช้วัคซีน เกรงเป็นชนวนเหตุแพร่เชื้อ เร่งรัฐออกควบคุม
จากรายงานการพบไก่ไข่ในฟาร์มสาธิตของภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ป่วยเป็นโรคไข้หวัดนกเมื่อประมาณกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ข้อวิจารณ์ส่วนหนึ่งคาดการณ์ว่าอาจมีการทำงานวิจัยหรือทดลองเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกจึงส่งผลให้เชื้อไวรัสไข้หวัดนกแพร่ไปติดไปยังไก่ที่เลี้ยงไว้ในฟาร์ม อย่างไรก็ตาม อาจารย์จากคณะเกษตรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ออกมาให้การยืนยันว่าไม่ได้มีการทำงานทดลองที่เกี่ยวกับเชื้อไวรัสไข้หวัดนกแต่อย่างใด
ซึ่งในประเด็นของงานทดลองเชื้อไวรัสหรือวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกนั้น แหล่งข่าวรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า ช่วงที่เกิดวิกฤติไข้หวัดนกระบาดขึ้นในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกของเมืองไทยนั้น วัคซีนเองเป็นทางเลือกหนึ่งที่ถูกมองว่าจะสามารถนำมาใช้ควบคุมโรคไข้หวัดนกได้ จึงเกิดแนวคิดที่จะทำโครงการวิจัยวัคซีนไข้หวัดนกขึ้นมา ภายใต้ความร่วมมือของคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แต่โครงการดังกล่าวก็ต้องล้มเลิกลงเมื่อรัฐบาลไทยไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้ามาใช้ภายในประเทศไทย เนื่องจากสาเหตุที่เกรงว่าจะส่งผลกระทบด้านลบมากกว่าส่งผลดี อีกทั้งยังมีเงื่อนไขข้อจำกัดทางการค้าที่ว่าหากนำวัคซีนเข้ามาใช้ภายในประเทศแล้ว จะไม่สามารถส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์จากไก่ไปยังต่างประเทศได้
ทั้งนี้ วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่เกิดโรคไข้หวัดนกขึ้นในฟาร์มไก่ไข่สาธิตของภาควิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น หากเป็นจริงตามคำยืนยันว่าไม่มีงานทดลองใดๆที่มีความเกี่ยวข้องกับเชื้อก่อโรคไข้หวัดนก การพบไก่ในฟาร์มป่วยเป็นโรคดังกล่าวจึงน่าจะมาจากสาเหตุ 2 ประการ คือ มีพาหนะนำโรค ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ อุปกรณ์ ตัวบุคคลที่สัมผัสหรือปนเปื้อนเชื้อสาเหตุของโรคไข้หวัดนกเล็ดรอดเข้าไปในฟาร์ม หรือมีเชื้อไวรัสไข้หวัดนกแฝงตัวในพื้นที่ เตรียมพร้อมก่อโรคอยู่แล้ว
ภายใต้ความเชื่อของคนเลี้ยงไก่ว่า โรคไข้หวัดนกจะเป็นอีกโรคหนึ่งที่อยู่คู่กับวงการสัตว์ปีกของเมืองไทย ด้วยสาเหตุที่มีรายงานการพบโรคไข้หวัดนกอยู่อย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ที่อุตรดิตถ์ ชลบุรี นครปฐม ล่าสุดที่เชียงใหม่ แม้ว่าความรุนแรงของโรคจะลดลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติแล้วก็ตาม และบทพิสูจน์อีกประการหนึ่งคือ ความร้อนฆ่าเชื้อที่อยู่ในสภาพแวดล้อมไม่ได้ เห็นได้จากพบการเกิดของโรคในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา จึงคาดการว่าในช่วงฤดูหนาวปลาย ปีนี้ไข้หวัดนกจะกลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้งหนึ่ง
ดังนั้น กระแสของคนเลี้ยงไก่ไข่ส่วนหนึ่งจึงออกมาเรียกร้องให้ทางการ พิจาณาอนุญาตให้มีการทำวัคซีนไข้หวัดนก เนื่องจากเห็นว่าไม่สามารถที่จะกำจัดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกให้หมดไปจากประเทศไทยได้ จึงน่าจะให้ทำวัคซีนเพื่อป้องกันไว้ เพราะไม่แน่เสมอไปว่าระบบการจัดการที่ดีหรือการเข้มงวดด้านความปลอดภัยทางชีวภาพเพียงอย่างเดียวจะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้นได้
แต่ท่ามกลางกระแสเรียกร้อง ผู้ประกอบการอีกส่วนหนึ่งก็ออกมาคัดค้านมิให้มีการใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกในประเทศ ด้วยหลักการที่ว่าโรคไข้หวัดนกมิได้มีผลกระทบต่อสัตว์เท่านั้น แต่ยังติดต่อข้ามมายังมนุษย์ได้ และหากเชื้อไวรัสปรับตัวกลายพันธุ์เป็นเชื้อตัวใหม่อาจก่อให้เกิดผลรุนแรงได้ อีกทั้งการใช้วัคซีนดังกล่าวยังส่งผลกระทบด้านการค้า หากประเทศผู้นำเข้า ทราบว่ามีการใช้วัคซีนจะไม่รับซื้อสินค้า ไก่เนื้อและผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปจากประเทศไทย ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำผู้ประกอบการไก่เนื้อออกโรงคัดค้านการใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนก
ภายใต้ข้อโต้แย้งเรื่องวัคซีนดังกล่าว รัฐบาลได้ฟันธงไปแล้วว่าไม่อนุญาตให้นำเข้าวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้ามาใช้ในประเทศไทย แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าไม่มีการลักลอบใช้วัคซีนในประเทศ เพราะภาครัฐเองก็ไม่มีการออกตรวจสอบอย่างจริงจัง อีกทั้งยังมีรายงานตรวจจับการลักลอบนำเข้าวัคซีนกว่าหมื่นโดสได้ที่ด่านดอนเมือง แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าวัคซีนที่ตรวจจับได้นั้น นำมาจากแหล่งใด และใครเป็นผู้นำเข้ามา
จากการสอบถามแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือรายหนึ่งได้ข้อมูลว่า ณ ปัจจุบัน มีการลักลอบใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในฟาร์มรายใหญ่ ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบเช่นกันว่าวัคซีนนั้นๆ นำเข้ามาจากไหน และรอดพ้นจากการตรวจสอบมาได้อย่างไร ทั้งนี้ เข้าใจว่าบริษัทหรือฟาร์มรายใหญ่ที่มีมูลค่าการลงทุนสูง ย่อมเกรงกลัวต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากโรคไข้หวัดนกจึงต้องตัดสินใจนำวัคซีนเข้ามาใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้น
แหล่งข่าวคนเดียวกันกล่าวอีกว่า ประเด็นของการลักลอบนำวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้ามาใช้ในประเทศไทยนั้น มีการกล่าวถึงโดยทั่วไปในแวดวงคนเลี้ยงไก่ จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่ทางภาครัฐจะไม่ทราบข้อมูลในเรื่องนี้ เพียงแต่ไม่สามารถที่จะควบคุมได้ จึงปล่อยให้มีการนำวัคซีนเข้ามาใช้ได้ ภายใต้เงื่อนไขที่รู้กันภายในว่าต้องไม่ให้กระทบต่อการค้าภาคส่งออก ซึ่งตนเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีกำลังอำนาจจะนำเข้าวัคซีนเข้ามาใช้ได้ เพราะเชื้อไวรัสในตัวไก่ที่ฟาร์มหรือบริษัทรายใหญ่ทำวัคซีนให้นั้น มีโอกาสแพร่ติดต่อไปยังไก่ในฟาร์มของเกษตรกรรายย่อยที่อยู่ข้างเคียงซึ่งไม่มีภูมิคุ้มโรคไข้หวัดนก ฉะนั้น ภาพโดยรวมแล้วหากปล่อยให้มีการลักลอบทำวัคซีนอยู่เช่นนี้ ผลเสียหายทั้งหมดจะตกอยู่กับเกษตรกรรายย่อยที่ไม่มีทางรับมือได้เลย
ดังนั้น แม้ภาครัฐจะมีคำสั่งและประกาศอย่างชัดเจนว่าห้ามมิให้มีการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดนกเข้ามาใช้ภายในประเทศ แต่ในภาคปฏิบัติยังมีความคลุมเครือ ผู้เลี้ยงบางส่วนลักลอบทำวัคซีน ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งไม่ได้ทำ การปล่อยให้เป็นเช่นนี้ย่อมก่อให้เกิดผลร้ายมากกว่าผลดีแน่นอน รัฐบาลจึงควรเป็นกลางและทำการควบคุมอย่างจริงจัง หากห้ามมิให้ทำผู้เลี้ยงทุกรายก็จะต้องไม่มีการทำวัคซีนเช่นเดียวกัน แต่หากเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องนำวัคซีนมาใช้เพื่อควบคุมโรคไข้หวัดนก ก็จะต้องออกมาตรการเสียใหม่ให้เป็นที่รับทราบโดยทั่วกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นในสังคม?
27.
เรามีความตั้งใจที่จะเป็นศุนย์กลางการแลกเปลี่ยน... รวมถึงการเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรระหว่างกัน โดยมีความมุ่งหวัง ประการสำคัญที่สุดคือ เรามีความตั้งใจที่จะช่วยส่งเสริมนโยบายของรัฐบาล นั่นคือ "ส่งเสริมการกระจายรายได้ออกสู่ชนบทให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้" ดังนั้นหากเราเห็นว่าอาชีพใดมีความเหมาะสมหรือมีความน่าสนใจ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อให้เป็นทางเลือก สำหรับเกษตรกรพ่อแม่พี่น้องชาวเกษตรกร เราจะพยายามนำเอาข้อมูลเหล่านั้นมานำเสนอให้มากที่สุด
28.
การเลี้ยงนกกระจอกเทศ
นกกระจอกเทศจัดเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ก่อนพุทธกาล ที่ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในโลกจนถึงยุคโลกจนถึงยุค โลกาภิวัตน์เป็นสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกาซึ่งป่าแอฟริกาจะเป็นป่าโปร่งมีทุ่งหญ้ากว้างไกล มีพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง มีบางส่วนเป็นทะเลทราย คนแอฟริกันจะมีความคุ้นเคยกับนกกระจอกเทศเกือบทุกส่วน ตั้งแต่เนื้อ ไข่สำหรับบริโภค หนังทำเครื่องนุ่งห่มและเครื่องใช้ เปลือกไข่ไว้บรรจุน้ำหรือทำเครื่องประดับ และขนทำเครื่องประดับของเผ่า เป็นต้น
Copyright @ 2005 www.rusadeer.com All rights reserved.
Welcome to www.rusadeer.com