FAQ
 |
|
1. |
คำถาม |
กวางม้าเป็นกวางในประเทศไทยหรือเปล่า |
 |
| |
คำตอบ |
กวางม้ามีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทวีปเอเซีย คืออินเดีย มาเลเซีย จีน ไต้หวัน พม่า และไทย |
|
2. |
คำถาม |
กวางแดงเป็นกวางที่นำเข้าจากทางยุโรปหรือเปล่า |
 |
| |
คำตอบ |
มีถิ่นกำเนิดทั่วไปในยุโรปกล่าวคือ ตั้งแต่ระดับพื้นน้ำทะเล ไปจนถึงพื้นที่ระดับสูง ของภูเขาแอลป์ มันสามารถอยู่ได้ทั้งป่าทึบหรือท้องทุ่งบนที่ราบสูงสกอตแลนด์ไปจนถึงที่ราบต่ำของยุโรปตะวันออก |
|
3. |
คำถาม |
อากาศในเมืองไทยสามารถเลี้ยงกวางแดงได้หรือเปล่า และถ้าเลี่ยงแล้วกวางจะตัวเล็กลงหรือเปล่า' |
 |
| |
คำตอบ |
,' สามารถเลี้ยงในเมืองไทยได้ การที่กวางตัวเล็กอาจขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู การให้อาหารกวาง ประกอบการดูแลเอาใจใส่ และการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐาน |
|
4. |
คำถาม |
การทำคอกกวางทำเป็นลักษณะเหมือคอกวัวได้หรือเปล่า' |
 |
| |
คำตอบ |
,'การทำคอกกวางต้องแตกต่างจากคอกวัวเพราะว่า กวางเป็นสัตว์ที่มีลักษณะค่อนข้างเปรียว ตื่นตกใจง่าย ถ้าทำคอกต่ำเกินไป กวางก็จะกระโดดหนีได้ |
|
5. |
คำถาม |
กวางส่วนมากเราต้องให้อาหารสำเร็จหรือเปล่า' |
 |
| |
คำตอบ |
,'อาหารหลักที่กวางชอบกินจะเป็นหญ้าสด ส่วนอาหารสำเร็จพวกอาหารข้น อาหารหมัก ทางฟาร์มจะให้กวางตอนขุนให้ผสมพันธุ์ |
|
6. |
คำถาม |
ลูกกวางกี่เดือนถึงจะหย่านม' |
 |
| |
คำตอบ |
,'ประมาณ 3 เดือน แล้วก็จะหัดให้กวางกินหญ้าสด เริ่มจากการกินหญ้าอ่อน ๆ ก่อน |
|
7. |
คำถาม |
ถ้าเราเลี้ยงน้อย ๆ เลี้ยงแบบไหนถึงจะดี' |
 |
| |
คำตอบ |
,'เลี้ยงแบบขังคอก เพราะว่าต่อง่ายต่อการจัดการ และที่สำคัญประหยัดค่าใช้จ่ายมาก |
|
8. |
คำถาม |
กวางที่คลอดลูกเสร็จ อีกประมาณกี่เดือนจะผสมพันธุ์ใหม่ได้' |
 |
| |
คำตอบ |
,'ประมาณ 4 เดือน กวางก็สามรถผสมพันธุ์ได้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหารพวกหญ้าสด อาหารข้นต่าง ๆ จำเป็นมาก |
|
9. |
คำถาม |
ราคาขายกวางม้า กับกวางแดง ราคากวางชนิดไหนแพงกว่ากัน' |
 |
| |
คำตอบ |
,'กวางม้ามีราคาแพงกว่าเขากวางแดง ราคากวางแดง ราคา 35,000 บาท ในขณะที่ราคากวางม้า 80, 000บาท และเป็นสัตว์สงวนไม่เป็นที่นิยมเลี้ยงกันเพราะต้องผ่านการขออนุญาติจากกรมป่าไม้ก่อนถึงจะนำมาเลี้ยงได้ |
|
10. |
คำถาม |
ราคาขายของเขากวางอ่อน ระหว่างกวางรูซ่า กับกวางแดง ราคาแตกต่างกันอย่างไร',' |
 |
| |
คำตอบ |
ราคาเขากวางอ่อนทุกสายพันธ์ราคาเท่ากัน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด แต่เขากวางที่กำลังเป็นที่นิยมของตลาดในขณะนี้ คือเขาของกวางแดง |
|
11. |
คำถาม |
เวลาที่กวางท้องอืดเราเราปฐมพยาบาลกวางด้วยวิธีการใดที่ไม่ทำให้กวางตื่นตกใจ', |
 |
| |
คำตอบ |
'ในกวางที่ท้องอืดนั้น กวางจะนอนเฉยไม่มีอาการตื่นตกใจอยู่แล้ว เนื่องจากความดันของแก๊สให้กระเพาะ ทำให้กวางขยับตัวได้ยาก ดังนั้นในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก็คือ ต้องลดให้กวางลดความดัน หรือช่วยระบายแก๊สในกระเพาะออกมาให้ได้มากที่สุด ก็คือ การสวนทวาร อาจทำให้อาเจียนโดยใช้น้ำเกลือป้อนให้กิน |
|
12. |
คำถาม |
'กวางที่เรานำมาเลี้ยงกวางสามารถคุ้นเคยกับคนเลี้ยงประมาณกี่วัน' |
 |
| |
คำตอบ |
,'การที่กวางจะมีความคุ้นเคยกับคนเลี้ยงนั้น ต้องใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ เพื่อให้กวางจดจำกลิ่นของผู้เลี้ยงได้ เพราะว่านิสัยของกวางเป็นสัตว์ที่มีความระมัดระวังตัวตลอดเวลา |
|
13. |
คำถาม |
กวางแดงที่คลอดลูกออกมาใหม่ ๆ เราสามารถจับได้เลยหรือเปล่า' |
 |
| |
คำตอบ |
,'สามารถจับได้ ถ้ากวางที่มีความคุ้นเคยกับคนเลี้ยง ระยะที่กวางคลอดลูกเกิดความเครียดจากการที่คนเลี้ยงไล่ต้อน หรือถ้าไปวุ่นวายกับลูกกวางมากแม่กวางก็จะเกิดการไม่ยอมรับลูกกวางก็จะไม่สนใจเลี้ยงลูกกวาง |
|
14. |
คำถาม |
กวางม้ากับกวางแดงกวางชนิดใดอายุยืนยาวกว่ากัน |
 |
| |
คำตอบ |
'การม้ากับกวางแดงมีอายุพอ ๆ กัน แต่หากหารมีอยู่ชีวิตอยู่ได้นานหรืออยู่ที่การดูแลเอาใจใส่ในการเลี้ยง |
|
15. |
คำถาม |
กวางม้า และกวางแดงกวางชนิดไหนตัวใหญ่กว่ากัน' |
 |
| |
คำตอบ |
,'ถ้าจะเปรียบเทียบกวางม้ากับกวางแดง กวางม้าจะมีรูปร่างตัวใหญ่กว่ากว่ากวางแดงเล็กน้อย แต่ถ้าเปรียบเทียบราคากวางม้าจะสูงกว่ากวางแดง มาก ในขณะที่กวางแดง ราคาตัวละ 35,000 บาท แต่ราคากวางม้า ราคาตัวละ 80,000 บาท และที่สำคัญกวางม้าขั้นตอนการขออนุญาตเลี้ยงยุ่งยากมาก เพราะว่ากวางม้าเป็นสัตว์สงวน แต่กวางแดงสามารถเลี้ยงได้เลยเพราะกวางแดงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ |
|
16. |
คำถาม |
กวางรูซ่ากับกวางแดง แตกต่างกันอย่างไร' |
 |
| |
คำตอบ |
,'กวางแดงจะมีลักษณะตัวใหญ่กว่าและน้ำหนักกวางมากกว่ากวางรูซ่า และกวางแดงจะจัดเป็นกวางที่เชื่องกว่า กวางรูซ่า กวางรูซ่าจะตกใจง่าย และเปรียว |
|
17. |
คำถาม |
การเลี้ยงกวางที่ดี ต้องตัวผู้กี่ตัว/ตัวเมียกี่ตัว |
 |
| |
คำตอบ |
.','โดยทั่วไปนิยมเลี้ยงแบบกวางตัวผู้ 1 ตัวต่อตัวเมีย 10-20 ตัว แต่หากบางกรณีตัวผู้ผู้มีความสามารถสูงก็อาจคุมตัวเมียได้สูงถึง 30 ตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู เป็นสำคัญ |
|
18. |
คำถาม |
เราสามารถสร้างโรงเรือนในลักษณะใด ระหว่างตามแสงสว่าง และย้อนแสง' |
 |
| |
คำตอบ |
,'การโรงเรือนถูกสุขลักษณะ ต้องสร้างตามแสงอาทิตย์ เพราะว่าถ้าสร้างย้อนแสง เวลาที่แดดส่องเข้ามา จะทำให้กวางมีที่หลบแดด กวางจะได้ไม่ร้อนมาก |
|
19. |
คำถาม |
กวางที่มีเขาอ่อน สามารถผสมพันธ์ได้หรือเปล่า' |
 |
| |
คำตอบ |
,'ผสมได้ แต่ฮอร์โมนของตัวผู้จะไปกระตุ้นที่เขามากกว่า และอาจจะทำให้ตัวผู้ไม่ สนใจเรื่องผสมพันธุ์ |
|
20. |
คำถาม |
ถ้าเราซื้อกวางไปเลี้ยง ฤดูไหนดีที่สุด' |
 |
| |
คำตอบ |
,'ถ้าเป็นกวางแดง ซื้อไปเลี้ยงฤดูไหนก็ได้ เพราะการเปลี่ยนฤดูไม่มีผลต่อกวาง และประการสำคัญต้องดู. ความพร้อมของผู้เลี้ยงด้วยว่า การจัดการคอก โรงเรือน น้ำ อาหาร พร้อมสำหรับกวางหรือเปล่า |
|
21. |
คำถาม |
กวางตัวเมีย 15 ตัว กวางตัวผู้ 1 ตัว เปอร์เซ็นต์กวางจะตั้งท้อง 100 % เลยหรือเปล่า' |
 |
| |
คำตอบ |
,'ประมาณ 90 % ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของกวาง |
|
22. |
คำถาม |
ยาที่ใช้ในการฆ่าเห็บเป็นน้ำหรือเป็นผง. |
 |
| |
คำตอบ |
'เป็นน้ำ ใช้ผสมกับน้ำราดตัวกวาง |
|
23. |
คำถาม |
ระยะเวลาที่ทำความสะอาดคอกกวาง ประมาณกี่วัน/ครั้ง |
 |
| |
คำตอบ |
ถ้ามีเวลา ทำความสะอาดทุกวันยิ่งดี หรือ 3 วันก็ได้ |
|
24. |
คำถาม |
กวางตัวเมีย 15 ตัว กวางตัวผู้ 1 ตัว เปอร์เซ็นต์กวางจะตั้งท้อง 100 % เลยหรือเปล่า |
 |
| |
คำตอบ |
ประมาณ 90 % ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของกวาง |
|
25. |
คำถาม |
หลักการพิจารณา ในการทำฟาร์มกวางเชิงการค้า |
 |
| |
คำตอบ |
หลักการพิจารณา ในการทำฟาร์มกวางเชิงการค้า จะต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจเลี้ยงก็คือ จะต้องศึกษาถึงชนิดของพันธุ์กวางที่มีความเหมาะสมในการเลี้ยง ซึ่งมีหลักเกณฑ์ดังนี้
1.ควรเป็นพันธุ์ที่มีเขาอ่อนขนาดใหญ่ เพราะการตัดเขาอ่อนจะเป็นรายได้หลักจากการเลี้ยงกวางในระยะแรก
2.ควรจะเป็นพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ เพื่อจะได้เนื้อมาก
3.เป็นพันธุ์ที่อยู่ได้ทั้งพื้นที่แห้งและแฉะมีการปรับตัวและเจริญเติบโตได้ดี ในภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย
4.เป็นพันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตเร็วและกินอาหารจากพืชได้หลายชนิด
5.ควรเป็นพันธุ์ที่ต้านทานต่อโรคติดต่อได้ดี โดยเฉพาะวัณโรค โรคปากและเท้าเปื่อย โรคจากเห็บและแมลง เป็นต้น
|
|
26. |
คำถาม |
การเลี้ยงแบบขังกรง ตัดพืชอาหารสัตว์มาให้กิน |
 |
| |
คำตอบ |
- ต้องมีพืชอาหารให้กินอย่างเพียงพอตลอดเวลา
- ควรมีแหล่งพืชอาหารอย่างน้อย 2-3 แหล่ง
- รางอาหารควรยาวพอให้กวางได้กินทุกตัว ไม่เบียดกัน
- ควรตัดพืชอาหารให้กินหลายๆ ชนิด และตัดหญ้าสดให้กินทุกวัน
เลี้ยงแบบปล่อยแปลงหญ้า
- ควรมีแปลงหญ้าหมุนเวียนอย่างเพียงพอ (ไม่ควรน้อยกว่า 3 แปลง)
- ควรปลูกหญ้าไว้อย่างน้อย 2 ชนิด (ชนิดละแปลง)
|
|
27. |
คำถาม |
ประโยชน์ที่จะได้รับจากเขากวางอ่อนอะไรบ้าง |
 |
| |
คำตอบ |
ประโยชน์ที่ได้รับจากเขากวางอ่อน
1. เพิ่มสมรรถภาพทางเพศของเพศชาย กระตุ้นให้เลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศชายได้มากขึ้น ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว
2. ช่วยทำให้ปริมาณแคลเซียมในกระดูกเพิ่มขึ้นบำรุงสมอง บำรุงเลือดบำรุงกระดูกและบรรเทาอาการเกิดภาวะกระดูกผุได้
3. ลดอาการปวดอักเสบของกล้ามเนื้อ และเอ็น ลดอาการปวดไหล่ ปวดเมื่อยตามตัว ลดเส้นเลือดโปร่งที่ขาหรือ ข้อเข่า
4. ช่วยในระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายดีขึ้น
5. ช่วยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง
6. ชะลอความแก่ ลบริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า รอยกระ ฝ้า
ป้องกันโรคความดัน เบาหวาน หอบหืด ลดความเครียด ไขข้ออักเสบ ลดอาการปวดประจำเดือน
|
|
28. |
คำถาม |
ลักษณะของกวางที่ป่วย |
 |
| |
คำตอบ |
- กวางที่ป่วยมีอาการหงอยซึม ยืนแยกออกจากฝูง
- กวางจะซูบผอม โตช้า ผิวหนังหยาบกร้าน ไอบ่อย
- อาการป่วยเนื่องจากโรคเล็บโตสไปโรซิส
- อาการเบื่ออาหารมีฝ้าในปาก น้ำลายน้ำมูกไหล หายใจลำบาก ลิ้นบวม
|
|
29. |
คำถาม |
การป้องกันโรค |
 |
| |
คำตอบ |
- ควรแยกวางที่ได้มาใหม่ กักไว้สักระยะหนึ่ง (ประมาณ 1 เดือน) ตรวจดูอาการ
- รักษาความสะอาดในโรงเรือน
- รางอาหารและน้ำอย่าให้กวางถูกขังในคอกที่อับชื้นและสกปรกโดยเฉพาะใน
ตอนกลางคืน
- แหล่งน้ำสะอาดเพื่อป้องกันตัวกลางของพยาธิใบไม้ในตับ
- ทำการทดสอบวัณโรค (Tuberculin test) ปีละครั้ง
หากวางป่วย ควรแยกกกวางที่ป่วยออกจากฝูง และปรึกษาสัตวแพทย์ |
|
30. |
คำถาม |
ปัญหาการใช้มันสำปะหลังเป็นอาหารสัตว์ |
 |
| |
คำตอบ |
ปัญหาเกี่ยวกับการใช้มันสำปะหลังเป็นอาหารสัตว์ เพระมีเกษตรกรไม่น้อยที่เลือกใช้มันสำปะหลังเป็นวัตถุดิบทดแทนในภาวะที่วัตถุดิบอาหารสัตว์มีราคาแพง เพราะต้องการลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลงและแม้ว่ามันสำปะหลังจะมีประโยชน์แต่หากใช้อย่างไม่ถูกวิธีหรือใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมก็จะเกิดโทษได้เช่นกัน
คุณค่าทางโภชนาการหรือองค์ประกอบทางเคมีของมันสำปะหลัง
องค์ประกอบทางเคมีของหัวมันสดพบว่าส่วนใหญ่ประกอบด้วยน้ำในปริมาณ 60.21-7532% เปลือก 4.08-14.08% เนื้อ (แป้ง) 25.87-41.77% และมีไซยาไนด์ ซึ่งเป็นพิษต่อสัตว์ในระดับสูง จึงไม่แนะนำให้ใช้หัวมันสดมาเลี้ยงสัตว์ เมื่อนำมาทำเป็นมันเส้น ซึ่งโดยปกติหัวมันสด 2.4-2.5 กิโลกรัม จะทำเป็นมันเส้นได้ 1 กิโลกรัม โดยมันเส้นที่ได้จะมีคุณค่าทางอาหารหรือส่วนประกอบทางเคมี คือ มีโปรตีนประมาณ 1.9-2.0% พลังงานใช้ประโยชน์ได้ประมาณ 3,260-3,500 กิโลแคลอรี่/กิโลกรัม ไขมัน 0.75% เยื่อใย 4% แคลเซี่ยม 0.12% ฟอสฟอรัส 0.05% และมีไซยาไนด์อยู่ในระดับต่ำไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์ ดังนั้นการเลือกซื้อมันเส้นควรเลือกซื้อมันเส้นที่ไม่มีเหง้ามันหรือดินทรายปนมากซึ่งโดยทั่วไปไม่ควรมีดินทรายเกิน 3%
เทคนิคการใช้มันสำปะหลังทำเป็นอาหารสัตว์
หากพิจารณาจากส่วนประกอบทางเคมีของมันเส้นแล้ว พบว่ามันเส้นเป็นแหล่งวัตถุดิบที่ให้แป้งหรือพลังงานแก่สัตว์ที่ดี เช่นเดียวกับข้าวโพดหรือปลายข้าว แต่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีน เช่น กรดอมิโนเมทไทโอนีนและกรดอมิโนอื่นๆ ต่ำกว่าข้าวโพดหรือปลายข้าว ดังนั้นเทคนิคการใช้มันเส้นในสูตรอาหารสัตว์จำเป็นต้องมีสิ่งต่อไปนี้
1. มีการเสริมโปรตีนเพื่อปรับระดับโปรตีนรวม ทั้งกรดอมิโนของมันเส้นให้เท่ากับข้าวโพด ซึ่งโดยทั่วไปจะเสริมด้วยกากถั่วเหลือหรือปลาป่นที่เป็นวัตถุดิบทีทให้โปรตีน หากใช้มันเส้นแทนข้าวโพดหรือปลายข้าวแทนที่โดยตรงในอัตราส่วน 1: 1 โดยไม่ปรับระดับโปรตีนและกรดอมิโนให้สมดุลตามความต้องการเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพราะจำทำให้สัตว์มีการเจริญเติบโตช้า ประสิทธิภาพการใช้อาหารต่ำ
2. การใช้มันเส้นในระดับสูงในสูตรอาหารสัตว์จำเป็นต้องเสริมไขมันหรือน้ำมันพืชเพื่อเพิ่มริมาณกรดไขมันที่จำเป็นและลดความเป็นฝุ่นของอาหารสัตว์กรณีที่เป็นอาหารผง หรือเพิ่มกากน้ำตาล (ไม่ควรเกิน 3-4% ในสูตรอาหาร) เพื่อช่วยให้อาหารมีความน่ากิน ทำให้สัตว์กินอาหารได้มากขึ้น หรือควรทำการอัดเม็ดอาหารเพื่อเพิ่มความหนาแน่นและลดความเป็นฝุ่นของอาหารก็ได้เช่นกัน
3. เนื่องจากมันเส้นขาดสารจำพวก แซนโทฟิลล์ (Xanthophyll) ซึ่งมีมากในเมล็ดข้าวโพด ดังนั้นหากใช้มันเส้นในสูตรอาหาร สัตว์ปีก เช่น ไก่ไข่ ไก่เนื้อ ก็ควรเติมสารสีในอาหารเพื่อให้ไข่แดงมีสีแดงเข้มขึ้น หรือมีสีสวย ซึ่งสารสีดังกล่าวอาจใช้กลีบดอกดาวเรืองแห้งเดิมในสูตรอาหารก็ได้
ระดับมันเส้นที่สามารถใช้ได้ในสูตรอาหารสัตว์แต่ละชนิด
ถ้าเป็นสัตว์ปีกเช่น ไก่เนื้อ ไก่ไข่ สามารถใช้ได้ในระดับสูงประมาณ 40-60% ในสูตรอาหาร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุของสัตว์ เช่น ไก่เนื้ออายุ 0-8 สัปดาห์ ใช้ได้ไม่เกิน 40% ถ้าอายุ 8-16 สัปดาห์ใช้ได้ไม่เกิน 60% ส่วนในสุกรระยะรุ่น (35-60 กิโลกรัม) ใช้ได้ 60% และระยะขุน (60-100 กิโลกรัม) ใช้ได้ 70% ส่วนโคเนื้อ โคนม สามารถใช้ได้ทุกระดับในสูตรอาหารจนถึง 80%
เกณฑ์ตัดสินในการใช้มันเส้นในสูตรอาหาร
ดังที่กล่าวแต่ต้นว่า มันเส้นเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ให้แป้งหรือพลังงานเช่นเดียวกับข้าวโพดหรือปลายข้าว แต่มีปริมาณโปรตีนต่ำกว่าปลายข้าวและข้าวโพด ดังนั้นการที่จะใช้มันเส้นบดทดแทนปลายข้าวหรือข้าวโพดในสูตรอาหารสัตว์จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงราคามันเส้นที่ปรับระดับโปรตีนให้เท่ากับข้าวโพดหรือปลายข้าวเรียบร้อยแล้ว โดยมีสูตรปรับระดับโปรตีนของมันเส้นโดยประมาณดังนี้ คือ มันเส้น 0.87 กิโลกรัม + กากถั่วเหลือง 0.13 กิโลกรัม เท่ากับ ข้าวโพดหรือปลายข้าว 1 กิโลกรัม ดังนั้น หากราคามันเส้นบวกกับราคากากถั่วเหลืองในปริมาณดังกล่าวถูกกว่าหรือต่ำกว่าข้าวโพดหรือปลายข้าวก็น่าจะใช้มันเส้นทดแทนข้าวโพดหรือปลายข้าวในสูตรอาหาร อย่างไรก็ตามโดยเกณฑ์ประมาณทั่วๆ ไปแล้ว การใช้มันเส้นจะสามารถลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ลงได้นั้น ราคามันเส้นควรมีราคาไม่เกิน 60% ของราคาข้าวโพดหรือปลายข้าวการเลือกใช้วัตถุดิบทดแทนเป็นสิ่งที่ดี สามารถควบคุมต้นการผลิตได้ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องพิจารณาถึงคุณค่าทางโภชนะและสถานการณ์ด้วย หากท่านมีข้อสงสัยสอบถามมาได้ที่ นิตยสารสัตว์เศรษฐกิจ 3/118 หมู่บ้านบัวขาว ถนนสุขาภิบาล 3 มีนบุรี กรุงเทพฯ 10510 โทรศัพท์ 02-9174479-80
ที่มา: นิตยสารสัตว์เศรษฐกิจ ฉบับเดือนมีนาคม 2548 |
|
31. |
คำถาม |
สำหรับนกกระจอกเทศที่ปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาเลี้ยงเป็นการค้าในปัจจุบันนี้ แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ |
 |
| |
คำตอบ |
1.พันธุ์คอแดง (Red Neck) ซึ่งพัฒนามาจากพันธุ์ S.camelus และ S.massaicus นกกระจอกเทศพันธุ์นี้จะมีลักษณะผิวหนังสีชมพูเข้ม ตัวผู้จะมีขนสีดำตลอดลำตัว ยกเว้นขนปลายหาง และขนปลายปีกจะมีสีขาว ส่วนตัวเมียจะมีสีน้ำตาลเทา มีขนาดตัวใหญ่มาก สูง 2.00-2.75 เมตร มีน้ำหนัก 105-165 กิโลกรัม ให้ผลผลิตเนื้อมาก แต่ไข่น้อย ตัวผู้ค่อนข้างดุ โดยเฉพาะในฤดูผสมพันธุ์
2.พันธุ์คอน้ำเงิน (Blue Neck) พัฒนามาจากพันธุ์ S.molybdophanes และ S.australis พันธุ์นี้จะมีลักษณะผิวหนังสีฟ้าอมเทา สีขนจะเหมือนกับพันธุ์คอแดง แต่ตัวจะเล็กกว่าเล็กน้อย ให้เนื้อน้อยกว่าพันธุ์คอแดง แต่ให้ไข่มากกว่า
3.พันธุ์คอดำ (Black Neck African Black) พัฒนามาจากพันธุ์ S.camelus และ S.australis ลักษณะผิวหนังจะมีสีเทาดำ เท้าและปากสีดำ ตัวเล็ก ให้ผลผลิตเนื้อน้อย แต่ให้ไข่มากกว่าพันธุ์อื่น ๆ และให้ผลผลิตขนที่มีคุณภาพดี นอกจากนี้ยังมีนิสัยเชื่อง ไม่ดุร้าย จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันโดยทั่วไป |
|
32. |
คำถาม |
แหล่งจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ หน่อพันธุ์ เสบียงสัตว์ และอาหารสัตว์ |
 |
| |
คำตอบ |
กองอาหารสัตว์ให้บริการแหล่ง ข้อมูลซื้อขายเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์และเสบียงสัตว์ รวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ต่างๆ ได้แก่ เมล็ดพันธุ์หญ้า เมล็ดพันธุ์ถั่ว หญ้าแห้ง หญ้าสด หญ้าหมัก ฟางอัดฟ่อน อาหารสำเร็จรูป TMR วัตถุดิบอาหารสัตว์ อาหารเสริม แร่ธาตุ ฯลฯ ให้ประชาชน ได้มีโอกาสเลือกซื้อในเขตพื้นที่ของตนเอง ส่วนการติดต่อซื้อขายกันนั้นเป็นเรื่องธุรกิจทางกองอาหารสัตว์ไม่เกี่ยวข้องด้วย ฉะนั้นถ้าผู้ประกอบการรายใดสนใจจะลงประกาศแนะนำร้านค้าของตนที่ website นี้ กองอาหารสัตว์ยินดีให้บริการฟรี เพียงท่านส่งรายละเอียดไปทาง e-mail ที่: soponc@dld.go.th เมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์
|
|
|
Copyright @ 2005 www.rusadeer.com All rights reserved. |
Welcome to www.rusadeer.com
|
|